วิธีคำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิโรงผลิตออกซิเจนในประเทศไทย

Table Of Content

วิธีคำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิของโรงผลิตออกซิเจนในประเทศไทย

คำตอบแบบรวดเร็ว

หากต้องการประเมินว่าการลงทุนโรงผลิตออกซิเจนแบบ VPSA หรือ PSA ในประเทศไทยคุ้มค่าหรือไม่ คำตอบตรงที่สุดคือ ต้องคำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิจากกระแสเงินสดรับสุทธิรายปี เทียบกับเงินลงทุนเริ่มต้น โดยใช้อัตราคิดลดที่สะท้อนต้นทุนเงินทุนและความเสี่ยงของโครงการ ถ้าผลลัพธ์มากกว่าศูนย์ โครงการมีแนวโน้มสร้างมูลค่าเพิ่ม และหากอัตราผลตอบแทนภายในสูงกว่าต้นทุนเงินทุนของกิจการ โครงการนั้นมักผ่านเกณฑ์การลงทุน

สำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย โดยเฉพาะโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด แหลมฉบัง บางปะกง อยุธยา ปราจีนบุรี และระยอง จุดสำคัญที่สุดคือเปรียบเทียบต้นทุนผลิตออกซิเจนต่อหน่วยกับต้นทุนซื้อออกซิเจนเหลวจากภายนอก รวมค่าขนส่ง ค่าไฟ ค่าบำรุงรักษา ค่าอะไหล่ และผลกระทบจากการหยุดเดินเครื่อง

ผู้ให้บริการที่มักถูกพิจารณาในตลาดไทย ได้แก่ Air Liquide Thailand, Linde Thailand, Bangkok Industrial Gas, Taiyo Gases และกลุ่มผู้รับเหมาออกแบบระบบก๊าซอุตสาหกรรมที่ติดตั้งหน้างานได้ในประเทศ รวมถึงซัพพลายเออร์ต่างประเทศที่มีใบรับรองและทีมสนับสนุนภูมิภาค เช่นผู้ผลิตจากจีนที่มีความเชี่ยวชาญด้าน VPSA ซึ่งมักได้เปรียบด้านความคุ้มค่าต่อเงินลงทุน หากมีบริการก่อนขายและหลังการขายที่ชัดเจนและรองรับในไทย

สูตรใช้งานจริงแบบย่อคือ นำเงินประหยัดสุทธิรายปีจากการผลิตออกซิเจนเอง ลบด้วยค่าใช้จ่ายดำเนินงานประจำปี แล้วคิดลดกลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน จากนั้นหักเงินลงทุนเริ่มต้นทั้งหมด เช่น ค่าเครื่องจักร EPC งานโยธา ระบบไฟฟ้า เครื่องอัดลม คอมเพรสเซอร์ ถังบัฟเฟอร์ และระบบควบคุม หากผลรวมสุทธิเป็นบวก ถือว่าโครงการผ่านในเชิงการเงินเบื้องต้น

ภาพรวมตลาดโรงผลิตออกซิเจนในประเทศไทย

ตลาดออกซิเจนอุตสาหกรรมในประเทศไทยเติบโตตามการขยายตัวของเหล็ก ปิโตรเคมี แก้ว ซีเมนต์ การบำบัดน้ำเสีย พลังงาน และการแพทย์ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโรงงานจำนวนมากเริ่มพิจารณาเปลี่ยนจากการซื้อออกซิเจนเหลวแบบรถบรรทุก มาเป็นระบบผลิตออกซิเจนหน้างานมากขึ้น เพราะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน ต้นทุนโลจิสติกส์ และความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน โดยเฉพาะโรงงานที่อยู่ห่างจากศูนย์กระจายก๊าซหลักหรือใช้ปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง

ในประเทศไทย พื้นที่ที่มีความต้องการสูงมักกระจุกตัวในระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี เพราะเป็นศูนย์กลางโรงงานใช้ความร้อนสูง โรงงานแก้ว เตาหลอม เหล็ก วิศวกรรมวัสดุ และเคมีภัณฑ์ นอกจากนี้ท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุดยังเป็นแกนหลักด้านวัตถุดิบและการขนส่ง ทำให้การตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีผลิตออกซิเจนไม่ได้ขึ้นกับราคาเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความเร็วติดตั้ง ความง่ายในการเดินระบบ การใช้ไฟต่อหน่วย และความน่าเชื่อถือของบริการภาคสนาม

สำหรับการคำนวณความคุ้มค่าในบริบทไทย ผู้ลงทุนควรพิจารณาทั้งราคาค่าไฟฟ้าแบบเวลาใช้งาน อัตราค่าบริการพลังงาน ปริมาณการเดินเครื่องจริงรายปี และความผันผวนของความต้องการออกซิเจนในฤดูกาลผลิต เพราะตัวเลขเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อมูลค่าปัจจุบันสุทธิของโครงการ

หลักการคำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิของโรงผลิตออกซิเจน

มูลค่าปัจจุบันสุทธิ คือผลรวมของกระแสเงินสดสุทธิในอนาคตทั้งหมดที่คิดลดกลับมาเป็นมูลค่าในปัจจุบัน แล้วหักด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น สำหรับโรงผลิตออกซิเจน กระแสเงินสดหลักมักเกิดจากการประหยัดต้นทุนแทนการซื้อออกซิเจนจากภายนอก การลดค่าขนส่ง การลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนก๊าซ และในบางกรณีอาจรวมรายได้จากการเพิ่มกำลังผลิตของกระบวนการหลัก

องค์ประกอบของเงินลงทุนเริ่มต้นประกอบด้วย ค่าเครื่อง VPSA หรือ PSA ค่าออกแบบและวิศวกรรม ค่า EPC หรืองานแบบครบวงจร ค่างานโยธา ค่าเดินท่อ ค่าไฟฟ้าและระบบควบคุม ค่าอบรมพนักงาน และค่าเผื่อเริ่มต้นเดินระบบ ส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานรายปีประกอบด้วยค่าไฟฟ้า ค่าบำรุงรักษา ค่าอะไหล่ วัสดุดูดซับ ค่าคนควบคุม และค่าใช้จ่ายหยุดซ่อมตามแผน

สูตรที่นิยมใช้คือ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ เท่ากับ ผลรวมของกระแสเงินสดสุทธิในแต่ละปีหารด้วยหนึ่งบวกอัตราคิดลดยกกำลังตามปี แล้วลบด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น หากเป็นโครงการที่ต้องเปลี่ยนวัสดุดูดซับหรือซ่อมใหญ่ในปีที่ห้า ปีที่เจ็ด หรือปีที่สิบ ต้องใส่กระแสเงินสดจ่ายนั้นลงในปีที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน

สำหรับอัตราผลตอบแทนภายใน ให้มองว่าเป็นอัตราคิดลดที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันสุทธิเท่ากับศูนย์ ในทางปฏิบัติ โรงงานในไทยมักดูทั้งสองตัวพร้อมกัน โดยใช้มูลค่าปัจจุบันสุทธิเป็นตัววัดมูลค่าเพิ่ม และใช้อัตราผลตอบแทนภายในกับระยะคืนทุนเป็นตัวช่วยตัดสินใจ

ตัวแปรหลักที่ต้องใช้ในการคำนวณ

ตัวแปรความหมายแนวทางตั้งสมมติฐานในไทยผลกระทบต่อมูลค่าปัจจุบันสุทธิ
เงินลงทุนเริ่มต้นค่าเครื่องจักร งานติดตั้ง และระบบประกอบทั้งหมดรวมค่า EPC งานโยธา ไฟฟ้า และระบบควบคุมยิ่งสูง มูลค่าปัจจุบันสุทธิยิ่งลด
กำลังการผลิตออกซิเจนปริมาณออกซิเจนที่ผลิตได้ต่อชั่วโมงกำหนดตามการใช้จริงและเผื่อสำรองมีผลต่อรายได้หรือเงินประหยัดต่อปี
ความบริสุทธิ์ของออกซิเจนระดับความเข้มข้นของออกซิเจนเลือกให้ตรงกระบวนการ เช่น 80 ถึง 94 เปอร์เซ็นต์ใน VPSAมีผลต่อพลังงานและต้นทุนต่อหน่วย
ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยต้นทุนพลังงานไฟฟ้าใช้ค่าไฟเฉลี่ยตามประเภทโรงงานและเวลาใช้งานเป็นต้นทุนดำเนินงานที่สำคัญมาก
ชั่วโมงเดินเครื่องต่อปีเวลาที่ระบบผลิตจริงมักใช้ 7,500 ถึง 8,300 ชั่วโมงต่อปีกระทบเงินประหยัดสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
ราคาซื้อออกซิเจนจากภายนอกราคาอ้างอิงหากไม่ลงทุนผลิตเองรวมค่าขนส่งถึงโรงงานในจังหวัดนั้นยิ่งราคาซื้อภายนอกสูง โครงการยิ่งคุ้ม
ค่าบำรุงรักษารายปีค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนหรือสัญญาบริการจริงลดกระแสเงินสดสุทธิประจำปี
อัตราคิดลดต้นทุนเงินทุนและความเสี่ยงโครงการมักใช้กรอบ 8 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ตามอุตสาหกรรมยิ่งสูง มูลค่าปัจจุบันสุทธิยิ่งต่ำ

ตารางนี้ช่วยให้เห็นว่าการคำนวณไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเครื่องอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการใช้จริงของโรงงานไทยแต่ละแห่ง โดยเฉพาะปัจจัยค่าไฟและชั่วโมงเดินเครื่อง ซึ่งมักเปลี่ยนผลลัพธ์ได้มากกว่าต่อรองราคาเครื่องเพียงเล็กน้อย

ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้นสำหรับโรงงานในประเทศไทย

สมมติว่าโรงงานแก้วในจังหวัดสระบุรีต้องการติดตั้งระบบ VPSA ผลิตออกซิเจน 5,000 นอร์มัลลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เดินเครื่องปีละ 8,000 ชั่วโมง โรงงานเคยซื้อออกซิเจนจากผู้จำหน่ายภายนอกในราคาที่รวมค่าขนส่งแล้ว หากเปลี่ยนมาผลิตเอง ต้นทุนผลิตต่อหน่วยจะลดลงอย่างชัดเจน แต่ต้องลงทุนเริ่มต้นสูง

ตัวอย่างสมมติฐานง่าย ๆ ได้แก่ เงินลงทุนเริ่มต้น 180 ล้านบาท เงินประหยัดจากการแทนที่การซื้อออกซิเจนภายนอก 52 ล้านบาทต่อปี ค่าไฟและค่าดำเนินงานรวม 20 ล้านบาทต่อปี ค่าบำรุงรักษาและอะไหล่ 5 ล้านบาทต่อปี จึงเหลือกระแสเงินสดสุทธิประมาณ 27 ล้านบาทต่อปี หากใช้อัตราคิดลด 10 เปอร์เซ็นต์ และอายุโครงการ 15 ปี โดยยังไม่รวมมูลค่าคงเหลือปลายโครงการ มูลค่าปัจจุบันสุทธิก็จะขึ้นกับเสถียรภาพของการเดินเครื่องเป็นหลัก

ถ้าโรงงานเดินเครื่องได้เต็มตามแผนและลดการซื้อภายนอกได้จริง โครงการอาจให้ระยะคืนทุนประมาณ 6 ถึง 8 ปี แต่ถ้าชั่วโมงใช้งานจริงลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ ผลตอบแทนอาจลดลงจนมูลค่าปัจจุบันสุทธิใกล้ศูนย์หรือเป็นลบได้ ดังนั้นในไทยจึงควรทำการวิเคราะห์อย่างน้อยสามกรณี คือ กรณีฐาน กรณีดีที่สุด และกรณีแย่ที่สุด

กรอบสมมติฐานที่ใช้บ่อยในการประเมินโครงการ

รายการกรณีต่ำกรณีกลางกรณีสูงคำอธิบายการใช้งาน
ชั่วโมงเดินเครื่องต่อปี7,2008,0008,400ใช้ตามแผนการผลิตจริงและวันหยุดซ่อม
อัตราคิดลด8%10%13%สะท้อนต้นทุนเงินทุนและความเสี่ยง
ค่าไฟเฉลี่ย3.8 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง4.4 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง5.0 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงใช้ตามโครงสร้างค่าไฟของโรงงาน
การใช้พลังงานของระบบ0.280.320.38กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อหนึ่งนอร์มัลลูกบาศก์เมตร
ค่าบำรุงรักษารายปี2%3%4%คิดจากเงินลงทุนเริ่มต้นหรือสัญญาบริการ
การเติบโตของราคาออกซิเจนภายนอก1%3%5%มีผลต่อเงินประหยัดในอนาคต
อัตราการใช้กำลังการผลิต70%85%95%ถ้าต่ำเกินไปมูลค่าปัจจุบันสุทธิมักลดมาก

ตารางนี้เหมาะสำหรับผู้จัดการโรงงานและฝ่ายการเงินในไทยที่ต้องการทำแบบจำลองไวต่อความเปลี่ยนแปลง การเลือกค่าแบบเดียวแล้วสรุปผลทันทีมักทำให้ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินจริง

ประเภทของระบบผลิตออกซิเจนที่ควรรู้ก่อนประเมินการลงทุน

ระบบหลักที่พบในตลาดประกอบด้วย PSA, VPSA และระบบแยกอากาศแบบไครโอเจนิก การเลือกเทคโนโลยีผิดตั้งแต่ต้นอาจทำให้การคำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิคลาดเคลื่อน เพราะต้นทุนพลังงาน รูปแบบการโหลด และเงินลงทุนต่างกันมาก

PSA เหมาะกับขนาดเล็กถึงกลาง ใช้พื้นที่น้อย ติดตั้งเร็ว และเหมาะกับงานที่ต้องการออกซิเจนในระดับปานกลาง ส่วน VPSA เหมาะกับอัตราการไหลสูงกว่าและมักให้ต้นทุนพลังงานต่อหน่วยต่ำกว่าสำหรับงานอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ขณะที่ระบบไครโอเจนิกเหมาะกับความบริสุทธิ์สูงมากหรือกำลังการผลิตขนาดใหญ่พิเศษ แต่เงินลงทุนเริ่มต้นสูงกว่าและใช้เวลาติดตั้งนานกว่า

ผู้ใช้งานในไทยที่อยู่ในโรงงานแก้ว เหล็ก เผาไหม้เสริม และบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ มักเห็นความน่าสนใจของ VPSA มากขึ้น เพราะสามารถตอบโจทย์ต้นทุนต่อหน่วยและความยืดหยุ่นการโหลดได้ดี หากวิเคราะห์จากข้อมูลการใช้งานจริง

เปรียบเทียบเทคโนโลยีสำหรับการคำนวณความคุ้มค่า

เทคโนโลยีช่วงกำลังผลิตที่พบบ่อยความบริสุทธิ์โดยทั่วไปจุดเด่นทางการเงินข้อควรระวัง
PSA ออกซิเจนขนาดเล็กถึงกลางประมาณ 90 ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ตามการออกแบบลงทุนเริ่มต้นไม่สูงมาก ติดตั้งเร็วต้นทุนต่อหน่วยอาจสูงกว่าหากใช้ปริมาณมากมาก
VPSA ออกซิเจนกลางถึงใหญ่มากประมาณ 80 ถึง 94 เปอร์เซ็นต์เหมาะกับต้นทุนพลังงานต่ำต่อหน่วยในงานต่อเนื่องต้องออกแบบให้ตรงโหลดจริงและพื้นที่ติดตั้ง
ไครโอเจนิกขนาดใหญ่สูงมากเหมาะเมื่อใช้ก๊าซหลายชนิดหรือความบริสุทธิ์สูงมากเงินลงทุนและเวลาสร้างสูง
ซื้อออกซิเจนเหลวยืดหยุ่นตามความต้องการขึ้นกับผู้ขายไม่ต้องลงทุนเครื่องหลักเสี่ยงจากราคาและค่าขนส่งผันผวน
ถังหรือมัดท่อปริมาณต่ำสูงเหมาะกับการใช้น้อยหรือสำรองฉุกเฉินต้นทุนต่อหน่วยสูงมากเมื่อใช้ต่อเนื่อง
ระบบผสมหลายแหล่งตามลักษณะโรงงานปรับได้ช่วยลดความเสี่ยงหยุดผลิตการคำนวณซับซ้อน ต้องประเมินทั้งระบบ

การเปรียบเทียบนี้มีความสำคัญเพราะมูลค่าปัจจุบันสุทธิของโรงผลิตออกซิเจนจะดีหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นกับเทคโนโลยีใดดีที่สุดแบบตายตัว แต่ขึ้นกับว่าตรงกับโหลดใช้งานจริงของโรงงานไทยหรือไม่

แนวทางเลือกซื้อและวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ

ก่อนอนุมัติโครงการ ผู้ซื้อควรเริ่มจากข้อมูลโหลดออกซิเจนจริงรายชั่วโมงอย่างน้อย 6 ถึง 12 เดือน เพื่อดูว่าความต้องการสูงสุดและต่ำสุดต่างกันมากเพียงใด หากโหลดแกว่งมาก การเลือกเครื่องที่รองรับการปรับโหลดได้อย่างเสถียรจะมีผลต่อผลตอบแทนมาก

จากนั้นควรเปรียบเทียบสามทางเลือกพร้อมกัน ได้แก่ การซื้อออกซิเจนจากภายนอกต่อไป การผลิตเองด้วย PSA หรือ VPSA และทางเลือกผสม เช่น ผลิตเองเป็นฐานแล้วมีถังสำรองสำหรับช่วงพีค การเปรียบเทียบเช่นนี้ช่วยลดการตัดสินใจจากมุมมองราคาเครื่องอย่างเดียว

ประเด็นสำคัญอีกข้อคือสัญญาบริการหลังการขายในไทย เช่น ระยะเวลาตอบสนองเมื่อเครื่องหยุด ความพร้อมอะไหล่ในภูมิภาค การฝึกอบรมทีมปฏิบัติการ และการวินิจฉัยระยะไกล เพราะทุกชั่วโมงที่ระบบหยุดเดินเครื่องย่อมลดกระแสเงินสดและทำให้มูลค่าปัจจุบันสุทธิลดลง

อุตสาหกรรมในประเทศไทยที่เหมาะกับโรงผลิตออกซิเจน

อุตสาหกรรมเหล็กและหลอมโลหะเป็นกลุ่มที่ชัดเจนที่สุด เพราะใช้ก๊าซอย่างต่อเนื่องและมักมีความต้องการจำนวนมาก อุตสาหกรรมแก้วในสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงก็สามารถใช้ระบบผลิตออกซิเจนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ลดการใช้เชื้อเพลิง และปรับคุณภาพเปลวไฟได้ดี

อุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษ เคมีภัณฑ์ การบำบัดน้ำเสีย และเหมืองแร่บางประเภทก็มีแนวโน้มเห็นผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจเช่นกัน โดยเฉพาะโรงงานที่มีต้นทุนโลจิสติกส์สูงจากการรับออกซิเจนเหลวจากภายนอก นอกจากนี้บางโรงพยาบาลหรือเครือโรงพยาบาลขนาดใหญ่เลือกใช้ระบบ PSA ทางการแพทย์ แต่การคำนวณจะต่างจากอุตสาหกรรมหนัก เพราะเน้นความต่อเนื่องและมาตรฐานทางการแพทย์มากกว่าเพียงต้นทุนต่อหน่วย

การใช้งานหลักของออกซิเจนในโรงงานไทย

อุตสาหกรรมการใช้งานออกซิเจนเหตุผลที่พิจารณาผลิตเองพื้นที่ที่พบมากในไทย
เหล็กและโลหะเสริมการเผาไหม้และกระบวนการหลอมใช้ปริมาณมากและต่อเนื่องระยอง ชลบุรี ปราจีนบุรี
แก้วเตาหลอมและปรับประสิทธิภาพเปลวไฟลดพลังงานเชื้อเพลิงและเพิ่มเสถียรภาพสระบุรี อยุธยา
ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ปฏิกิริยาออกซิเดชันและยูทิลิตีควบคุมต้นทุนระยะยาวและเสถียรภาพซัพพลายมาบตาพุด ระยอง
บำบัดน้ำเสียเพิ่มออกซิเจนละลายในระบบประสิทธิภาพกระบวนการดีขึ้นนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง
ซีเมนต์และเตาเผาเสริมการเผาไหม้ในเตาช่วยเพิ่มอุณหภูมิและลดเชื้อเพลิงสระบุรี ลพบุรี
เยื่อกระดาษปรับกระบวนการทางเคมีและน้ำเสียลดการพึ่งพาซัพพลายภายนอกภาคกลางและภาคตะวันออก
การแพทย์จ่ายก๊าซทางการแพทย์ในโรงพยาบาลความมั่นคงและควบคุมต้นทุนระยะยาวกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น

ตารางนี้แสดงให้เห็นว่าความคุ้มค่าของการลงทุนไม่เท่ากันในทุกอุตสาหกรรม โรงงานที่ใช้ต่อเนื่องและมีต้นทุนขนส่งออกซิเจนสูงมักได้ประโยชน์ชัดเจนกว่า

กรณีศึกษาเชิงประเมินผลตอบแทน

กรณีแรกคือโรงงานแก้วที่ใช้การเผาไหม้ต่อเนื่อง หากการใช้ออกซิเจนสูงและคงที่ VPSA มักให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่าการซื้อออกซิเจนเหลวอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อโรงงานอยู่ห่างจากศูนย์เติมก๊าซหลัก กรณีที่สองคือโรงงานบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรมที่มีโหลดผันผวน หากความต้องการไม่เสถียร การใช้ระบบผสมระหว่างผลิตเองและแหล่งสำรองอาจเหมาะสมกว่า

กรณีที่สามคือโรงงานเหล็กซึ่งอาจใช้ปริมาณมากมากต่อเนื่อง ในสถานการณ์นี้ผลตอบแทนทางการเงินของ VPSA มักโดดเด่น โดยมีผลพ่วงด้านประสิทธิภาพกระบวนการหลักด้วย ทำให้การคำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิควรนับรวมผลประโยชน์ทางอ้อม เช่น การเพิ่มกำลังผลิต ลดการใช้เชื้อเพลิง หรือเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาก๊าซอย่างเดียว

ผู้ให้บริการและซัพพลายเออร์ที่พบในตลาดไทย

ในตลาดประเทศไทย ผู้ซื้อควรแยกผู้ให้บริการออกเป็นสองกลุ่ม คือ ผู้จำหน่ายก๊าซอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่มีความแข็งแรงด้านโครงสร้างพื้นฐาน และผู้ผลิตเทคโนโลยีหรือผู้รับเหมาระบบที่เน้นการติดตั้งโรงผลิตออกซิเจนแบบลูกค้าเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวิเคราะห์มูลค่าปัจจุบันสุทธิของการลงทุนอย่างจริงจัง

บริษัทพื้นที่บริการหลักจุดแข็งข้อเสนอหลัก
Air Liquide Thailandกรุงเทพฯ ระยอง ชลบุรี นิคมหลักเครือข่ายก๊าซอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และบริการวิศวกรรมก๊าซอุตสาหกรรม ระบบจ่ายก๊าซ และโซลูชันโรงงาน
Linde Thailandภาคกลาง ภาคตะวันออก และโรงงานอุตสาหกรรมหลักความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านก๊าซและระบบกระบวนการก๊าซอุตสาหกรรม วิศวกรรม และระบบสนับสนุนโรงงาน
Bangkok Industrial Gasทั่วประเทศ โดยเฉพาะเขตอุตสาหกรรมฐานลูกค้าในประเทศและการกระจายก๊าซเข้มแข็งก๊าซอุตสาหกรรม ระบบจัดเก็บ และบริการเกี่ยวเนื่อง
Taiyo Gasesกลุ่มอุตสาหกรรมในไทยและภูมิภาคความเชี่ยวชาญก๊าซเฉพาะทางและงานอุตสาหกรรมจัดหาก๊าซ ระบบก๊าซ และบริการสนับสนุน
ผู้รับเหมาระบบก๊าซอุตสาหกรรมในไทยกรุงเทพฯ สมุทรปราการ ระยอง ชลบุรีติดตั้งหน้างานได้เร็ว เข้าใจข้อกำหนดท้องถิ่นงานเดินท่อ ระบบยูทิลิตี และติดตั้งเครื่องผลิตก๊าซ
PKU Pioneerไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโครงการข้ามพรมแดนเชี่ยวชาญ VPSA และ PSA ขนาดอุตสาหกรรม พร้อมงาน EPC และโรงงานลูกค้าเป็นเจ้าของโรงผลิตออกซิเจน VPSA ระบบ PSA ออกซิเจน ระบบก๊าซแยกส่วน และบริการเทคนิค

ตารางนี้ใช้เพื่อคัดกรองคู่ค้าเบื้องต้น ผู้ซื้อควรสอบถามชัดเจนว่าบริษัทใดเน้นขายก๊าซ บริษัทใดเน้นติดตั้งโรงผลิตออกซิเจนแบบ EPC หรือแบบส่งมอบครบวงจร เพราะส่งผลต่อวิธีคำนวณผลตอบแทนโดยตรง

การเปรียบเทียบแนวทางจัดหาออกซิเจนสำหรับผู้ลงทุนไทย

กราฟนี้เป็นภาพรวมเชิงเปรียบเทียบสำหรับโรงงานที่ใช้ปริมาณปานกลางถึงสูงในไทย โดยทั่วไป VPSA มักให้คะแนนความคุ้มค่าเด่นกว่าเมื่อมีโหลดสม่ำเสมอและชั่วโมงเดินเครื่องสูง ส่วน PSA จะเด่นในกลุ่มที่ต้องการติดตั้งเร็วและปริมาณไม่สูงมาก

แนวโน้มการเติบโตของตลาดโรงผลิตออกซิเจนในไทย

แนวโน้มการลงทุนเพิ่มขึ้นจากแรงผลักของต้นทุนพลังงาน ความเสี่ยงโลจิสติกส์ และนโยบายด้านประสิทธิภาพพลังงานในภาคอุตสาหกรรม ผู้ซื้อในไทยจึงเริ่มมองโครงการผลิตออกซิเจนหน้างานเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์มากกว่าค่าใช้จ่ายเฉพาะหน้า

ความต้องการจากแต่ละอุตสาหกรรม

กราฟแท่งนี้ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเหล็กและแก้วยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการพิจารณาระบบ VPSA ในไทย แต่ภาคบำบัดน้ำเสียและซีเมนต์ก็มีศักยภาพเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในโครงการลดพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน

แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านจากการซื้อก๊าซสู่การผลิตเอง

พื้นที่ใต้กราฟแสดงการเปลี่ยนผ่านของมุมมองตลาด จากการพึ่งพาซัพพลายภายนอกไปสู่การพิจารณาผลิตหน้างานมากขึ้น โดยเฉพาะโรงงานที่ต้องการควบคุมต้นทุนระยะยาวและลดความเสี่ยงจากการขนส่ง

บริษัทของเราและเหตุผลที่ผู้ซื้อไทยใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง

สำหรับผู้ประกอบการในไทยที่กำลังประเมินโครงการแบบลูกค้าเป็นเจ้าของสินทรัพย์ PKU Pioneer เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ควรพิจารณาในกลุ่มเทคโนโลยี ระบบผลิตออกซิเจนแบบแวคคัมสวิง และ PSA ระดับอุตสาหกรรม เพราะมีประสบการณ์ต่อเนื่องยาวนานจากฐานวิจัยของมหาวิทยาลัยปักกิ่งและผลงานมากกว่า 400 โครงการในกว่า 20 ประเทศ พร้อมกำลังติดตั้งออกซิเจนรวมมากกว่า 2 ล้านนอร์มัลลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง โดยผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐานสำคัญอย่าง ISO, CE และ ASME และใช้รูปแบบการผลิตครบวงจรตั้งแต่วิจัยและพัฒนาสารดูดซับกับตัวเร่งปฏิกิริยาของตนเอง ไปจนถึงวิศวกรรม การผลิตอุปกรณ์ และการทดสอบโรงงาน ซึ่งเป็นหลักฐานด้านคุณภาพวัสดุ มาตรฐานการประกอบ และการควบคุมสมรรถนะตามเกณฑ์สากล บริษัทให้บริการทั้ง EPC แบบครบวงจร โรงงานแบบส่งมอบให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ OEM และ ODM รวมถึงขายส่ง ขายปลีก และความร่วมมือกับตัวแทนหรือผู้กระจายสินค้าในภูมิภาค จึงตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้ปลายทาง ผู้รับเหมา ผู้จัดจำหน่าย และเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการโซลูชันยืดหยุ่น ไม่ใช่รูปแบบลงทุนและขายก๊าซแทนลูกค้า นอกจากนี้บริษัทยังมีประสบการณ์ติดตั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว รวมถึงโครงการในเวียดนามและการสนับสนุนข้ามพรมแดนที่ตอบสนองรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมบริการทั้งออนไลน์และภาคสนาม เช่น การให้คำปรึกษา การปรับปรุงระบบ การดูแลบำรุงรักษา การอัปเกรด และการทดสอบระดับนำร่อง จึงสะท้อนการมีตัวตนเชิงปฏิบัติการในภูมิภาคและความมุ่งมั่นต่อการบริการระยะยาวสำหรับผู้ซื้อในประเทศไทยที่ต้องการความมั่นใจด้านอะไหล่ เทคนิค และการรับประกันผลการทำงานจริง หากต้องการดูภาพรวมองค์กรเพิ่มเติมสามารถเข้าที่ เว็บไซต์หลักของบริษัท ชม โครงการอ้างอิงระดับโลก ศึกษา ข้อมูลด้านเทคนิคและข่าวสาร หรือ ติดต่อทีมงาน เพื่อขอข้อเสนอสำหรับโครงการในไทย

สิ่งที่ควรขอจากซัพพลายเออร์ก่อนเซ็นสัญญา

ผู้ซื้อไทยไม่ควรขอเพียงใบเสนอราคา แต่ควรขอสมดุลมวลและพลังงาน รายการอุปกรณ์หลัก การรับประกันค่าใช้ไฟฟ้าต่อหน่วย ช่วงการปรับโหลด รายการอะไหล่วิกฤต กำหนดเวลาหยุดซ่อมตามแผน และเงื่อนไขทดสอบรับมอบ หากผู้ขายระบุเพียงกำลังการผลิตแต่ไม่ระบุเงื่อนไขการวัด เช่น อุณหภูมิ ความชื้น อัตราการใช้ไฟ และค่าความดันส่ง อาจทำให้การคำนวณผลตอบแทนคลาดเคลื่อน

ควรขอรายการลูกค้าอ้างอิงในอุตสาหกรรมใกล้เคียง รวมถึงข้อมูลว่ามีทีมบริการในไทยหรือภูมิภาคใกล้เคียงอย่างไร เพราะค่าใช้จ่ายจากการหยุดเดินเครื่องจริงอาจสูงกว่าค่าบำรุงรักษาหลายเท่า การประเมินมูลค่าปัจจุบันสุทธิจึงต้องรวมความเสี่ยงจากการให้บริการหลังการขายเสมอ

แนวโน้มปี 2569 และหลังจากนั้น

ในปี 2569 ตลาดไทยจะเห็นแนวโน้มเด่นสามด้าน ด้านแรกคือการใช้ระบบควบคุมอัจฉริยะและการวิเคราะห์ข้อมูลเดินเครื่องมากขึ้น เพื่อปรับโหลดให้เหมาะกับการใช้จริง ลดค่าไฟต่อหน่วย และยืดอายุอุปกรณ์ ด้านที่สองคือแรงกดดันด้านความยั่งยืนและการลดคาร์บอน ทำให้โครงการที่ช่วยลดการขนส่งออกซิเจนเหลวและเพิ่มประสิทธิภาพเชื้อเพลิงได้รับความสนใจเพิ่ม ด้านที่สามคือความต้องการโซลูชันแบบโมดูลาร์ที่ติดตั้งเร็วและขยายได้ในอนาคต เพื่อรองรับโรงงานที่ต้องการลงทุนเป็นช่วง

นโยบายด้านประสิทธิภาพพลังงานและสิ่งแวดล้อมของไทย รวมถึงการจัดการต้นทุนคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานโลก จะทำให้การตัดสินใจลงทุนไม่ใช่ดูแค่ระยะคืนทุนอีกต่อไป แต่จะมองถึงความมั่นคงของยูทิลิตี ความเสี่ยงในการขนส่ง และภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย

คำถามที่พบบ่อย

โรงผลิตออกซิเจนแบบใดเหมาะกับโรงงานในไทยมากที่สุด

ขึ้นกับปริมาณใช้งานและความบริสุทธิ์ที่ต้องการ หากใช้ต่อเนื่องปริมาณสูง VPSA มักคุ้มกว่า แต่ถ้าปริมาณไม่มากหรือเน้นติดตั้งเร็ว PSA อาจเหมาะกว่า

อัตราคิดลดควรใช้เท่าไร

โดยทั่วไปมักใช้ช่วง 8 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ตามต้นทุนเงินทุนและความเสี่ยงของกิจการ หากเป็นอุตสาหกรรมที่มีความผันผวนสูงควรทดสอบหลายระดับ

การคำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิของโรงผลิตออกซิเจนควรรวมอะไรบ้าง

ควรรวมเงินลงทุนทั้งหมด ค่าไฟ ค่าบำรุงรักษา ค่าอะไหล่ การหยุดซ่อมตามแผน ค่าใช้จ่ายเริ่มเดินระบบ และเงินประหยัดจากการลดการซื้อออกซิเจนภายนอก รวมถึงผลประโยชน์ทางอ้อมหากพิสูจน์ได้

ระยะคืนทุนที่ถือว่าน่าสนใจในไทยคือเท่าไร

หลายโรงงานมองช่วง 3 ถึง 6 ปีว่าน่าสนใจมาก และ 6 ถึง 8 ปียังยอมรับได้ถ้าโครงการช่วยเพิ่มเสถียรภาพการผลิตหรือมีประโยชน์ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม

ควรเลือกระบบลูกค้าเป็นเจ้าของหรือไม่

หากโรงงานต้องการควบคุมต้นทุนระยะยาวและสร้างสินทรัพย์ของตนเอง การเลือกแบบ EPC หรือเทิร์นคีย์ที่ลูกค้าเป็นเจ้าของมักเหมาะกับการวิเคราะห์มูลค่าปัจจุบันสุทธิมากกว่า เพราะผลประหยัดสะสมจะเป็นของโรงงานโดยตรง

ซัพพลายเออร์ต่างประเทศเหมาะกับตลาดไทยหรือไม่

เหมาะหากมีใบรับรองชัดเจน มีประสบการณ์โครงการอุตสาหกรรมจริง และมีระบบสนับสนุนก่อนขายและหลังการขายในภูมิภาคหรือในไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะผู้ผลิตจากจีนที่มีความได้เปรียบด้านความคุ้มค่าต่อเงินลงทุน

สรุปสำหรับผู้ตัดสินใจลงทุน

การคำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิของโรงผลิตออกซิเจนในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องซับซ้อนหากเริ่มจากข้อมูลใช้จริงของโรงงานและสมมติฐานที่สมเหตุสมผล แก่นสำคัญคือเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตเองกับต้นทุนจัดซื้อจากภายนอกอย่างครบถ้วน รวมผลกระทบจากไฟฟ้า โลจิสติกส์ ความต่อเนื่องของการผลิต และสัญญาบริการหลังการขาย

สำหรับโรงงานที่ใช้ก๊าซต่อเนื่องในภาคเหล็ก แก้ว ปิโตรเคมี และงานบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ โครงการ VPSA หรือ PSA ที่ออกแบบถูกต้องมักสร้างมูลค่าได้จริง หากเลือกซัพพลายเออร์ที่มีประสบการณ์อุตสาหกรรม มีข้อมูลอ้างอิงชัดเจน และพร้อมส่งมอบโครงการแบบ EPC หรือเทิร์นคีย์ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของโรงงานอย่างแท้จริง

เกี่ยวกับผู้เขียน

ก่อตั้งขึ้นในปี 2542 PKU Pioneer เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการแยกก๊าซ VPSA และ PSA ตัวดูดซับ ตัวเร่งปฏิกิริยา และโซลูชันทางวิศวกรรมแบบครบวงจร ด้วยความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่งและประสบการณ์โครงการอุตสาหกรรมที่กว้างขวาง บริษัทให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมเหล็ก เคมี พลังงาน สิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง