สารบัญ

ต้นทุนออกซิเจนต่อนอร์มัลลูกบาศก์เมตรในประเทศไทยเท่าไร

สำหรับผู้ซื้อในประเทศไทย คำถามสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงว่าออกซิเจนราคาเท่าไร แต่คือ “ต้นทุนออกซิเจนต่อนอร์มัลลูกบาศก์เมตรจริง” ภายใต้ความบริสุทธิ์ ปริมาณใช้ต่อวัน รูปแบบการส่งมอบ และต้นทุนพลังงานของโรงงานแต่ละแห่ง บทความนี้สรุปตัวเลขอ้างอิงที่ใช้ได้จริงในตลาดไทย พร้อมเปรียบเทียบระบบผลิตหน้างานแบบวีพีเอสเอ ระบบแยกอากาศไครโอเจนิก และการซื้อออกซิเจนเหลว เพื่อช่วยให้โรงงานในกรุงเทพฯ ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ อยุธยา และเขตอุตสาหกรรมใกล้ท่าเรือแหลมฉบังตัดสินใจได้เร็วขึ้น

คำตอบด่วน

ถ้าถามแบบตรงไปตรงมาว่า ต้นทุนออกซิเจนต่อนอร์มัลลูกบาศก์เมตรในประเทศไทยอยู่ที่เท่าไร คำตอบโดยย่อคือ ระบบวีพีเอสเอมักอยู่ราว 1.4 ถึง 2.6 บาทต่อนอร์มัลลูกบาศก์เมตรเมื่อใช้ต่อเนื่องในช่วงกำลังการผลิตระดับกลางถึงใหญ่และรับความบริสุทธิ์ประมาณ 80 ถึง 93 เปอร์เซ็นต์ได้ ระบบไครโอเจนิกหรือเอเอสยูมักอยู่ราว 1.8 ถึง 3.2 บาทต่อนอร์มัลลูกบาศก์เมตรเมื่อเป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่ต้องการความบริสุทธิ์สูงและเดินเครื่องคงที่ ส่วนออกซิเจนเหลวที่ซื้อจากภายนอกมักสูงกว่าชัดเจน โดยส่วนใหญ่เห็นช่วงประมาณ 4.5 ถึง 9.5 บาทต่อนอร์มัลลูกบาศก์เมตรหลังรวมค่าขนส่ง การสูญเสีย และต้นทุนการถือสต็อกในประเทศไทย

ถ้าโรงงานใช้มากกว่า 5,000 ถึง 10,000 นอร์มัลลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงอย่างสม่ำเสมอ วีพีเอสเอมักได้เปรียบด้านต้นทุนรวม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเหล็ก แก้ว โลหะ และบำบัดน้ำเสียที่ไม่ต้องการความบริสุทธิ์ 99.5 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป หากต้องการออกซิเจนความบริสุทธิ์สูงมากและมีโหลดนิ่ง เอเอสยูยังเป็นทางเลือกหลัก ส่วนการซื้อออกซิเจนเหลวเหมาะกับโรงงานที่ใช้ไม่มาก ใช้เป็นช่วง ๆ หรือเป็นแผนสำรองฉุกเฉินมากกว่าเป็นแหล่งหลักระยะยาว

ผู้ให้บริการที่พบได้จริงในตลาดไทยและควรนำมาเทียบราคา ได้แก่ บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส ลินเด้ ประเทศไทย แอร์ ลิควิด ประเทศไทย แอร์ โปรดักส์ ประเทศไทย และผู้รับเหมาระบบแยกก๊าซเชิงอุตสาหกรรมรายเฉพาะทางที่ทำโครงการลูกค้าเป็นเจ้าของโรงงานแบบอีพีซีหรือเทิร์นคีย์ ทั้งนี้ ซัพพลายเออร์ต่างประเทศที่มีคุณสมบัติครบ โดยเฉพาะผู้ผลิตจากจีนที่มีใบรับรองสากลและทีมก่อนขายหลังการขายรองรับในภูมิภาค ก็เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา เพราะมักได้เปรียบด้านความคุ้มค่าต่อเงินลงทุนและระยะเวลาส่งมอบ

ภาพรวมตลาดออกซิเจนในประเทศไทย

ตลาดออกซิเจนอุตสาหกรรมของไทยผูกกับโครงสร้างอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน โดยศูนย์กลางความต้องการอยู่ในพื้นที่อีอีซี เช่น ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา รวมถึงคลัสเตอร์อุตสาหกรรมรอบสมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และนครราชสีมา โรงงานเหล็ก หล่อโลหะ แก้ว ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ เยื่อและกระดาษ โรงไฟฟ้าขยะ และระบบบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ต่างใช้ก๊าซออกซิเจนเป็นต้นทุนสำคัญในการเดินกระบวนการ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ซื้อในไทยเริ่มสนใจต้นทุนต่อหน่วยใช้งานจริงมากกว่าราคาหน้าสัญญาอย่างเดียว เพราะค่าไฟฟ้า ค่าแรง ค่าขนส่งจากจุดกระจายสินค้า และความเสี่ยงจากการหยุดจ่ายล้วนกระทบต้นทุนสุดท้าย หากโรงงานอยู่ใกล้ท่าเรือแหลมฉบังหรือมาบตาพุด การซื้อออกซิเจนเหลวอาจมีความสะดวกเชิงโลจิสติกส์มากกว่า แต่ถ้าเป็นโรงงานที่มีโหลดใช้งานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงในนิคมอุตสาหกรรม การผลิตหน้างานมักให้ความคุ้มค่ากว่าในระยะกลางและระยะยาว

อีกประเด็นที่ทำให้คำว่า “ต้นทุนออกซิเจนต่อนอร์มัลลูกบาศก์เมตร” ต้องอ่านอย่างระวังคือ ความบริสุทธิ์และความดันส่งจ่ายไม่เหมือนกัน ระบบวีพีเอสเอเหมาะกับออกซิเจนความบริสุทธิ์ระดับอุตสาหกรรมทั่วไปและขึ้นชื่อเรื่องการใช้พลังงานต่ำ ส่วนเอเอสยูเหมาะกับงานที่ต้องการออกซิเจนความบริสุทธิ์สูงมากหรือมีความต้องการก๊าซร่วมชนิดอื่น เช่น ไนโตรเจนและอาร์กอน ขณะที่ออกซิเจนเหลวเหมาะกับความยืดหยุ่นและการเริ่มใช้งานเร็ว แต่ต้นทุนต่อหน่วยมักสูงขึ้นตามระยะทางและปริมาณที่ใช้

เกณฑ์อ้างอิงต้นทุนในประเทศไทย

ตารางต่อไปนี้เป็นช่วงตัวเลขอ้างอิงสำหรับการประเมินเบื้องต้นในประเทศไทย โดยสมมติว่าโรงงานเดินเครื่องตามมาตรฐานอุตสาหกรรมและมีการบำรุงรักษาตามแผน ตัวเลขจริงอาจเปลี่ยนตามค่าไฟ สัญญาซื้อก๊าซ รายละเอียดเครื่องอัดอากาศ ความบริสุทธิ์ และจำนวนชั่วโมงเดินเครื่องต่อปี

รูปแบบจัดหาออกซิเจนช่วงกำลังการผลิตที่พบความบริสุทธิ์โดยทั่วไปต้นทุนอ้างอิงในไทยต่อ นลบ.ม.จุดเด่นข้อควรระวัง
วีพีเอสเอขนาดเล็ก300 ถึง 2,000 นลบ.ม./ชม.85 ถึง 93 เปอร์เซ็นต์1.8 ถึง 3.0 บาทเริ่มต้นลงทุนต่ำกว่าเอเอสยูและติดตั้งเร็วถ้าโหลดไม่ต่อเนื่องมาก ต้นทุนต่อหน่วยแกว่ง
วีพีเอสเอขนาดกลาง2,000 ถึง 10,000 นลบ.ม./ชม.85 ถึง 93 เปอร์เซ็นต์1.4 ถึง 2.4 บาทเหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรมต่อเนื่องในไทยไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความบริสุทธิ์สูงมาก
วีพีเอสเอขนาดใหญ่10,000 ถึง 60,000 นลบ.ม./ชม.80 ถึง 92 เปอร์เซ็นต์1.3 ถึง 2.1 บาทต้นทุนพลังงานต่อหน่วยต่ำและขยายระบบได้ต้องมีพื้นที่ติดตั้งและการออกแบบตามโหลดจริง
เอเอสยูไครโอเจนิกขนาดกลาง3,000 ถึง 20,000 นลบ.ม./ชม.95 ถึง 99.6 เปอร์เซ็นต์2.2 ถึง 3.2 บาทได้ความบริสุทธิ์สูงและรองรับก๊าซหลายชนิดลงทุนสูงและใช้เวลาสร้างนานกว่า
เอเอสยูไครโอเจนิกขนาดใหญ่20,000 นลบ.ม./ชม.ขึ้นไป95 ถึง 99.6 เปอร์เซ็นต์1.8 ถึง 2.8 บาทเหมาะกับโรงงานขนาดใหญ่มากและโหลดคงที่ความคุ้มค่าขึ้นกับอัตราใช้จริงต่อปี
การซื้อออกซิเจนเหลวทุกขนาดตามการสั่งซื้อ99.5 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป4.5 ถึง 9.5 บาทไม่ต้องลงทุนโรงงานผลิตและเริ่มใช้ได้ทันทีเสี่ยงจากค่าขนส่ง ระยะทาง และราคาตลาด

การอ่านตารางนี้ควรดูพร้อมบริบทของโหลดใช้งานจริง เช่น โรงงานที่ใช้วันละ 20 ตันแต่ใช้เฉพาะบางกะ อาจไม่ได้เหมาะกับแบบเดียวกับโรงงานที่ใช้ 24 ชั่วโมงทุกวัน นอกจากนี้ หากโรงงานต้องการออกซิเจนเพียงช่วงเร่งการผลิตในบางฤดูกาล การเก็บสำรองออกซิเจนเหลวร่วมกับระบบหน้างานอาจเป็นคำตอบที่ประหยัดกว่า

ปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่างกัน

ต้นทุนออกซิเจนต่อหน่วยในไทยถูกกำหนดโดยตัวแปรหลักหกด้าน ด้านแรกคือราคาไฟฟ้า ซึ่งมีผลมากต่อระบบวีพีเอสเอและเอเอสยู โดยเฉพาะโรงงานที่ไม่มีโครงสร้างค่าไฟอุตสาหกรรมแบบเสถียร ด้านที่สองคือความบริสุทธิ์ที่ต้องการ ถ้าต้องการเกิน 99 เปอร์เซ็นต์ ต้นทุนจะเพิ่มอย่างชัดเจน ด้านที่สามคือภาระการใช้งานหรือโหลดโปรไฟล์ โรงงานที่มีโหลดขึ้นลงแรงจะต้องใช้การออกแบบบัฟเฟอร์และระบบควบคุมที่รัดกุมขึ้น

ด้านที่สี่คือระยะทางขนส่ง หากซื้อออกซิเจนเหลวจากผู้ผลิตรายใหญ่แล้วต้องส่งไปยังพื้นที่ห่างจากศูนย์อุตสาหกรรมหลัก ค่าขนส่งต่อหน่วยจะสูงขึ้น ด้านที่ห้าคือจำนวนชั่วโมงเดินเครื่องต่อปี เพราะต้นทุนเงินลงทุนต้องถูกเฉลี่ยลงในหน่วยผลิตที่มากพอ และด้านสุดท้ายคือคุณภาพการออกแบบระบบ เช่น ประสิทธิภาพของโบลเวอร์ เครื่องอัดอากาศ ชุดควบคุม วาล์ว และวัสดุดูดซับ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการใช้พลังงานและความเสถียรระยะยาว

เปรียบเทียบประเภทระบบที่ผู้ซื้อไทยใช้จริง

ประเภทระบบลักษณะการใช้งานเหมาะสมช่วงความบริสุทธิ์เวลาสตาร์ตความยืดหยุ่นโหลดภาพต้นทุนรวม
วีพีเอสเอเหล็ก แก้ว หลอมโลหะ น้ำเสีย งานเผาไหม้เพิ่มออกซิเจน80 ถึง 93 เปอร์เซ็นต์สั้นดีเด่นในงานต่อเนื่องระดับกลางถึงใหญ่
พีเอสเอออกซิเจนโรงพยาบาล โรงงานขนาดเล็ก อาหาร น้ำเสียขนาดย่อม90 ถึง 95 เปอร์เซ็นต์สั้นมากดีเหมาะกับกำลังผลิตไม่สูงมาก
เอเอสยูไครโอเจนิกปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ เหล็กขนาดใหญ่ โรงงานหลายก๊าซ95 ถึง 99.6 เปอร์เซ็นต์นานกว่าปานกลางคุ้มเมื่อโหลดสูงและต้องการความบริสุทธิ์สูง
การซื้อออกซิเจนเหลวโรงงานใช้ไม่มาก งานสำรอง ฉุกเฉิน หรือเริ่มโครงการเร็ว99.5 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปพร้อมใช้สูงลงทุนเริ่มต้นต่ำแต่ต้นทุนต่อหน่วยสูง
ระบบผสม หน้างานกับออกซิเจนเหลวโรงงานที่มีโหลดพื้นฐานคงที่แต่มีช่วงพีกตามการออกแบบยืดหยุ่นสูงลดความเสี่ยงหยุดจ่ายและคุมต้นทุนเฉลี่ย
ระบบเช่าใช้เครื่องผลิตโรงงานทดลองตลาดหรือรอขยายกำลังผลิตตามเทคโนโลยีปานกลางปานกลางเหมาะเมื่อยังไม่ต้องการลงทุนเต็มรูปแบบ

ในบริบทไทย ระบบวีพีเอสเอเริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมากในโรงงานที่ต้องการลดการพึ่งพารถขนส่งก๊าซและต้องการควบคุมต้นทุนต่อหน่วยให้คาดการณ์ได้ โดยเฉพาะโรงงานแปรรูปโลหะ โรงงานแก้ว และโครงการปรับปรุงเตาเผาเพื่อประหยัดพลังงาน

แนวโน้มตลาดออกซิเจนไทย

กราฟเส้นนี้สะท้อนแนวโน้มความต้องการออกซิเจนอุตสาหกรรมในประเทศไทยแบบประมาณการ โดยผูกกับการขยายตัวของคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในอีอีซี การยกระดับประสิทธิภาพพลังงาน และการปรับกระบวนการสู่การปล่อยคาร์บอนต่ำ

แนวโน้มดังกล่าวบอกว่าผู้ซื้อในไทยควรดูต้นทุนตลอดอายุโครงการ ไม่ใช่ดูราคาซื้อครั้งแรกเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อปริมาณใช้เพิ่ม ความแตกต่างเพียงไม่กี่สตางค์ต่อหน่วยสามารถกลายเป็นค่าใช้จ่ายระดับหลายล้านบาทต่อปีได้

อุตสาหกรรมที่ใช้มากที่สุดในไทย

การกระจายความต้องการออกซิเจนในประเทศไทยไม่ได้เท่ากันทุกอุตสาหกรรม กลุ่มเหล็ก โลหะ และแก้วมักให้ความสำคัญกับต้นทุนต่อหน่วยและเสถียรภาพการเดินเครื่อง ขณะที่เคมีและปิโตรเคมีมักให้ความสำคัญกับความบริสุทธิ์สูงและความปลอดภัยของระบบเป็นพิเศษ

โรงงานในชลบุรีและระยองมักมีโจทย์ต่างจากโรงงานในอยุธยาหรือสระบุรี ตัวอย่างเช่น โรงงานใกล้ท่าเรือและแหล่งปิโตรเคมีอาจมีทางเลือกการซื้อก๊าซภายนอกมากกว่า แต่โรงงานที่เน้นลดต้นทุนพลังงานระยะยาวมักหันมาประเมินระบบผลิตหน้างานจริงจังขึ้น

แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ซื้อไทยจำนวนมากเปลี่ยนจากแนวคิดซื้อก๊าซอย่างเดียว ไปสู่การผสมผสานหลายทางเลือก เช่น มีระบบหน้างานเป็นฐานและใช้ออกซิเจนเหลวเป็นสำรอง หรือใช้เอเอสยูเฉพาะเมื่อกระบวนการกำหนดความบริสุทธิ์เข้มงวดมาก กราฟพื้นที่ด้านล่างแสดงทิศทางการขยับของโครงสร้างตลาดโดยประมาณ

แนวโน้มนี้เกิดจากสามแรงขับสำคัญ คือ ค่าไฟและพลังงานที่ต้องบริหารอย่างละเอียด ความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ที่ทำให้โรงงานไม่อยากพึ่งแหล่งเดียว และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมที่ผลักดันให้กระบวนการเผาไหม้และบำบัดน้ำเสียมีประสิทธิภาพขึ้น

ผู้ให้บริการและผู้ผลิตที่ควรเปรียบเทียบในประเทศไทย

สำหรับผู้ซื้อในไทย การเลือกผู้ขายไม่ควรดูเพียงราคาหน่วยก๊าซหรือราคาชุดเครื่อง แต่ต้องดูพื้นที่บริการ ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเดียวกัน รูปแบบสัญญา และความสามารถในการดูแลหลังติดตั้งด้วย ตารางนี้ช่วยให้มองเห็นภาพเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น

ชื่อบริษัทพื้นที่บริการหลักในไทยจุดแข็งหลักข้อเสนอเด่นเหมาะกับลูกค้าแบบใดหมายเหตุด้านต้นทุน
บางกอกอินดัสเทรียลแก๊สกรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง และทั่วประเทศเครือข่ายก๊าซอุตสาหกรรมแข็งแรงและรู้ตลาดไทยลึกออกซิเจนเหลว ก๊าซอัด และโซลูชันจ่ายก๊าซอุตสาหกรรมโรงงานต้องการความต่อเนื่องและบริการภายในประเทศเหมาะกับการซื้อก๊าซหรือทำแพ็กเกจสำรอง
ลินเด้ ประเทศไทยนิคมอุตสาหกรรมหลักและคลัสเตอร์ปิโตรเคมีเทคโนโลยีก๊าซครบและมาตรฐานสากลก๊าซอุตสาหกรรม ระบบจ่ายก๊าซ และงานวิศวกรรมโรงงานใหญ่ที่ต้องการความบริสุทธิ์สูงและบริการระดับโลกมักได้เปรียบในงานมาตรฐานสูงและโหลดใหญ่
แอร์ ลิควิด ประเทศไทยพื้นที่อุตสาหกรรมหลักในภาคกลางและตะวันออกเชี่ยวชาญก๊าซอุตสาหกรรมและงานเชิงกระบวนการออกซิเจนเหลว โซลูชันก๊าซสำหรับโรงงานและสุขภาพผู้ใช้ที่ต้องการซัพพลายเออร์ระดับสากลเหมาะกับงานที่เน้นเสถียรภาพและมาตรฐาน
แอร์ โปรดักส์ ประเทศไทยฐานอุตสาหกรรมและงานเคมีภัณฑ์สำคัญเด่นด้านงานกระบวนการและก๊าซปริมาณมากก๊าซอุตสาหกรรม ระบบจัดเก็บและจ่ายก๊าซลูกค้าเคมี ปิโตรเคมี และโรงงานผลิตต่อเนื่องควรขอเปรียบเทียบต้นทุนรวมพร้อมเงื่อนไขสัญญา
พีเคยู ไพโอเนียร์โครงการในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้วีพีเอสเอและพีเอสเอเชิงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่โรงงานลูกค้าเป็นเจ้าของแบบอีพีซี เทิร์นคีย์ และปรับปรุงระบบโรงงานต้องการผลิตออกซิเจนหน้างานเพื่อลดต้นทุนระยะยาวเด่นเรื่องความคุ้มค่าต่อเงินลงทุนและการใช้พลังงาน
ผู้รับเหมาวิศวกรรมก๊าซเฉพาะทางในไทยกรุงเทพฯ อีอีซี และนิคมอุตสาหกรรมต่างจังหวัดตอบโจทย์เฉพาะกระบวนการและงานดัดแปลงหน้างานออกแบบ ติดตั้ง เดินระบบ และบริการบำรุงรักษาโรงงานที่ต้องการโซลูชันเฉพาะจุดหรือขยายระบบเดิมควรตรวจสอบประสบการณ์จริงและอะไหล่ระยะยาว

ตารางนี้ไม่ได้บอกว่ามีรายใดดีที่สุดในทุกกรณี แต่ช่วยชี้ว่า ผู้ซื้อไทยควรเปรียบเทียบอย่างน้อยสามกลุ่ม คือ ผู้ขายก๊าซแบบดั้งเดิม ผู้ให้บริการโครงการผลิตหน้างาน และผู้รับเหมาวิศวกรรมเฉพาะทาง เพื่อให้เห็นความต่างของต้นทุนรวมในระยะ 5 ถึง 15 ปี

เปรียบเทียบทางเลือกตามรูปแบบการใช้งาน

จากการเปรียบเทียบนี้จะเห็นว่าไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกโรงงาน หากผู้ซื้อไทยต้องการต้นทุนต่อหน่วยต่ำและลดการพึ่งพารถขนส่ง วีพีเอสเอมักน่าสนใจที่สุด แต่ถ้าต้องการออกซิเจนความบริสุทธิ์สูงมาก เอเอสยูยังได้เปรียบ ส่วนออกซิเจนเหลวเหมาะกับความยืดหยุ่นและความพร้อมใช้งานทันที

คำแนะนำการซื้อสำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย

ก่อนขอใบเสนอราคา ผู้ซื้อควรรวบรวมข้อมูลอย่างน้อยห้าชุด ได้แก่ ปริมาณใช้รายชั่วโมงขั้นต่ำและสูงสุด จำนวนชั่วโมงใช้งานต่อปี ความบริสุทธิ์ที่กระบวนการยอมรับได้ ความดันส่งจ่ายที่ต้องการ และพื้นที่ติดตั้งจริง ถ้าข้อมูลเหล่านี้ไม่ชัด ผู้ขายทุกเจ้าจะประเมินต่างกัน ทำให้เปรียบเทียบต้นทุนไม่ได้อย่างเป็นธรรม

ผู้ซื้อในไทยควรขอราคาสองแบบเสมอ คือ ต้นทุนเงินลงทุนเริ่มต้น และต้นทุนรวมตลอดอายุใช้งาน รวมทั้งควรขอค่าพลังงานต่อหน่วยรับประกัน เงื่อนไขประสิทธิภาพหลังเดินเครื่องจริง รายการอะไหล่ปีแรกและปีที่สาม และเวลาตอบสนองบริการหลังการขายในพื้นที่ เช่น กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง หรือสระบุรี

หากโรงงานอยู่ไกลจากฮับโลจิสติกส์ ควรให้ความสำคัญกับอะไหล่สำรองในประเทศและความสามารถของทีมบริการหน้างานมากเป็นพิเศษ เพราะค่าเสียโอกาสจากการหยุดผลิตมักแพงกว่าราคาชุดเครื่องที่ประหยัดไปเล็กน้อย

รายการตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

หัวข้อประเมินคำถามที่ควรถามเหตุผลที่สำคัญผลต่อราคาสิ่งที่ควรขอจากผู้ขายมุมมองสำหรับผู้ซื้อไทย
ปริมาณใช้จริงใช้เฉลี่ยเท่าไรและพีกเท่าไรกำหนดขนาดเครื่องและต้นทุนต่อหน่วยสูงมากแบบจำลองโหลดรายวันและรายเดือนโรงงานหลายแห่งใช้พีกสั้นแต่ซื้อเครื่องใหญ่เกินจำเป็น
ความบริสุทธิ์ขั้นต่ำที่กระบวนการยอมรับได้คือเท่าไรเลือกเทคโนโลยีได้ถูกต้องสูงการันตีคุณภาพก๊าซงานเผาไหม้หลายประเภทไม่จำเป็นต้อง 99.5 เปอร์เซ็นต์
ค่าไฟฟ้าอัตราค่าไฟเฉลี่ยของโรงงานคือเท่าไรกระทบต้นทุนหน่วยโดยตรงสูงมากค่าพลังงานต่อ นลบ.ม. รับประกันควรใช้ค่าไฟจริงในนิคมที่ตั้งโรงงาน
บริการหลังการขายมีทีมในไทยหรือภูมิภาคหรือไม่ลดเวลาหยุดเครื่องปานกลางเวลาตอบสนองและสต็อกอะไหล่สำคัญมากสำหรับโรงงาน 24 ชั่วโมง
รูปแบบสัญญาเป็นอีพีซี เทิร์นคีย์ หรือขายก๊าซกระทบสิทธิ์การถือครองและต้นทุนรวมปานกลางขอบเขตงานและเงื่อนไขรับประกันชัดเจนหลายโรงงานไทยนิยมแบบลูกค้าเป็นเจ้าของสินทรัพย์
การขยายในอนาคตอีกสามปีปริมาณใช้จะเพิ่มหรือไม่หลีกเลี่ยงการลงทุนซ้ำซ้อนสูงทางเลือกโมดูลขยายระบบเหมาะกับโรงงานในอีอีซีที่มีแผนเพิ่มกำลังผลิต

รายการตรวจสอบนี้ช่วยลดความเสี่ยงการตัดสินใจจากข้อมูลไม่ครบ โดยเฉพาะในตลาดไทยที่ราคาอาจดูใกล้กันในใบเสนอราคาแรก แต่ต่างกันมากเมื่อรวมค่าไฟ ค่าอะไหล่ และเวลาหยุดเครื่องตลอดอายุโครงการ

กรณีใช้งานในอุตสาหกรรมไทย

อุตสาหกรรมเหล็กและหลอมโลหะมักใช้ออกซิเจนเพื่อเร่งการเผาไหม้ เพิ่มอุณหภูมิเตา ลดการใช้เชื้อเพลิง และยกระดับผลผลิตต่อชั่วโมง ในกรณีนี้ ถ้าความบริสุทธิ์ระดับ 85 ถึง 93 เปอร์เซ็นต์เพียงพอ วีพีเอสเอมักให้ต้นทุนหน่วยดีมาก ส่วนโรงงานแก้วใช้ประโยชน์ในเตาหลอมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้และลดไอเสียบางชนิด

กลุ่มบำบัดน้ำเสียและพลังงานจากขยะในไทยก็เป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะการเติมออกซิเจนช่วยให้ระบบชีวภาพทำงานมีเสถียรภาพขึ้น โดยเฉพาะเมื่อภาระโหลดน้ำเสียแกว่งตามฤดูกาลหรือรอบการผลิตของโรงงาน ส่วนเคมีและปิโตรเคมีมักต้องการความบริสุทธิ์สูงกว่า จึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเอเอสยูกับการซื้อออกซิเจนเหลว หรือระบบผสมตามเงื่อนไขกระบวนการ

กรณีศึกษาเชิงเปรียบเทียบ

สมมติว่าโรงงานแก้วในระยองใช้ก๊าซออกซิเจนเฉลี่ย 6,000 นลบ.ม./ชม. ตลอด 8,000 ชั่วโมงต่อปี และยอมรับความบริสุทธิ์ที่ 90 เปอร์เซ็นต์ได้ หากซื้อออกซิเจนเหลวเป็นหลัก ต้นทุนรวมต่อปีอาจสูงกว่าระบบวีพีเอสเออย่างมีนัยสำคัญ แม้จะไม่ต้องลงทุนเริ่มต้นมากนัก แต่เมื่อรวมค่าขนส่ง ค่าระเหยสูญเสีย และราคาเชื้อเพลิงขนส่ง ต้นทุนเฉลี่ยระยะยาวมักสูงกว่า

อีกตัวอย่างหนึ่งคือโรงงานเคมีใกล้มาบตาพุดที่ต้องการความบริสุทธิ์เกิน 99 เปอร์เซ็นต์และมีโหลดคงที่สูง ระบบเอเอสยูจะน่าสนใจกว่า เพราะตอบโจทย์คุณภาพก๊าซได้ชัดเจน และอาจใช้ประโยชน์จากก๊าซร่วมชนิดอื่นในกระบวนการเดียวกันได้ด้วย

สุดท้าย โรงงานขนาดกลางในสระบุรีที่มีโหลดขึ้นลงแรงและต้องการเริ่มใช้งานเร็ว อาจเลือกแนวทางผสม คือ ใช้ออกซิเจนเหลวในระยะเริ่มต้น แล้วติดตั้งระบบหน้างานเมื่อปริมาณใช้ชัดเจนขึ้น วิธีนี้ช่วยกระจายความเสี่ยงและไม่ทำให้ตัดสินใจลงทุนเร็วเกินไป

ผู้ขายและผู้ให้บริการที่มีบทบาทในตลาดไทย

นอกจากผู้ขายก๊าซรายใหญ่ระดับสากลที่มีฐานในประเทศไทยแล้ว ตลาดยังเปิดกว้างสำหรับผู้ผลิตเทคโนโลยีเฉพาะทางที่เข้ามาทำโครงการแบบโรงงานลูกค้าเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมที่ต้องการลดต้นทุนพลังงานและควบคุมความต่อเนื่องการผลิต ผู้ซื้อสามารถศึกษาข้อมูลผู้ผลิตเทคโนโลยีเพิ่มเติมผ่าน ผู้เชี่ยวชาญระบบแยกก๊าซอุตสาหกรรม หรือดูภาพรวมของ เทคโนโลยีวีพีเอสเอสำหรับผลิตออกซิเจนหน้างาน เพื่อใช้เป็นฐานเปรียบเทียบกับข้อเสนอจากผู้ขายในไทย

จุดสำคัญคือควรแยกให้ออกระหว่างโมเดลขายก๊าซต่อเนื่องกับโมเดลอีพีซีหรือเทิร์นคีย์ที่ลูกค้าเป็นเจ้าของสินทรัพย์ เพราะโครงสร้างต้นทุน กระแสเงินสด และความยืดหยุ่นในการอัปเกรดระบบต่างกันมาก โรงงานไทยที่ต้องการควบคุมต้นทุนระยะยาวมักเริ่มสนใจโมเดลลูกค้าเป็นเจ้าของมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีแผนใช้ก๊าซต่อเนื่องหลายปี

เกี่ยวกับบริษัทของเรา

พีเคยู ไพโอเนียร์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวีพีเอสเอและพีเอสเอที่ทำงานกับลูกค้าอุตสาหกรรมจริงในเอเชียรวมถึงตลาดไทยในรูปแบบอีพีซี เทิร์นคีย์ และโรงงานที่ลูกค้าเป็นเจ้าของ ไม่ใช่บริการขายก๊าซแบบบีโอโอ จุดแข็งของบริษัทอยู่ที่การพัฒนาเทคโนโลยีเองครบห่วงโซ่ ตั้งแต่งานวิจัย สารดูดซับและตัวเร่งปฏิกิริยาที่ผลิตเอง วิศวกรรมความแม่นยำ การประกอบอุปกรณ์ครบชุด ไปจนถึงการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ โดยมีสิทธิบัตรมากกว่า 180 รายการ และการรับรองมาตรฐานอย่างไอเอสโอ ซีอี และเอเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นหลักฐานว่าคุณภาพการออกแบบ การผลิต และการทดสอบอยู่ในระดับที่เทียบมาตรฐานสากลได้จริง บริษัทมีประสบการณ์มากกว่า 400 โครงการในกว่า 20 ประเทศ มีกำลังการติดตั้งออกซิเจนสะสมเกิน 2 ล้านนลบ.ม./ชม. และเคยส่งมอบระบบวีพีเอสเอระดับใหญ่มากทั้งในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงโครงการในเวียดนามที่ยืนยันความพร้อมด้านการทำงานข้ามพรมแดนในภูมิภาค ลูกค้าไทยจึงสามารถเลือกความร่วมมือได้หลายแบบทั้งโครงการสำหรับผู้ใช้ปลายทาง การร่วมงานกับตัวแทนจำหน่าย ผู้กระจายสินค้า แบรนด์ที่ต้องการโออีเอ็มหรือโอดีเอ็ม ตลอดจนงานขายส่งและการสนับสนุนพันธมิตรระดับภูมิภาค พร้อมบริการก่อนขายและหลังการขายทั้งออนไลน์และหน้างาน เช่น การให้คำปรึกษาฟรี การออกแบบข้อเสนอเฉพาะโรงงาน การปรับปรุงระบบเดิม บริการเดินเครื่องและบำรุงรักษา การทดสอบระดับนำร่อง และการตอบสนองรวดเร็ว ทำให้ผู้ซื้อในไทยไม่ได้รับบริการแบบผู้ส่งออกระยะไกล แต่ได้รับการดูแลในฐานะตลาดระยะยาวของภูมิภาคนี้ หากต้องการดูตัวอย่างโครงการจริงสามารถเข้าชม โครงการนวัตกรรมระดับโลก หรือดูข้อมูลบริษัทเพิ่มเติมได้ที่ ข้อมูลบริษัทและศักยภาพการผลิต และสามารถ ติดต่อทีมงานเพื่อประเมินต้นทุนสำหรับโรงงานในประเทศไทย ได้โดยตรง

แนวโน้มปี 2569 และหลังจากนั้น

เมื่อมองไปข้างหน้าถึงปี 2569 แนวโน้มสำคัญในประเทศไทยมีสามด้าน ด้านแรกคือเทคโนโลยี ระบบวีพีเอสเอรุ่นใหม่จะมุ่งลดการใช้พลังงานต่อหน่วยและเพิ่มความยืดหยุ่นการเดินเครื่อง โดยใช้การควบคุมอัตโนมัติที่ตอบสนองโหลดจริงดีขึ้น ด้านที่สองคือนโยบายและสิ่งแวดล้อม ภาคอุตสาหกรรมไทยจะถูกกดดันมากขึ้นจากเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน การจัดการพลังงาน และการปรับประสิทธิภาพเตาเผาและระบบบำบัดน้ำเสีย ด้านที่สามคือความยั่งยืนทางซัพพลายเชน โรงงานจะต้องการแหล่งก๊าซที่ควบคุมต้นทุนได้และพึ่งพาการขนส่งน้อยลง

ผลลัพธ์คือ ผู้ซื้อไทยจะให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดใหม่มากขึ้น เช่น กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อนอร์มัลลูกบาศก์เมตร การปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยผลิต ความสามารถในการรองรับพลังงานหมุนเวียน และความพร้อมของบริการหลังการขายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ใช่ดูแต่ราคาเครื่องหรือราคาก๊าซหน้าโรงงานเหมือนในอดีต

คำถามที่พบบ่อย

วีพีเอสเอกับเอเอสยู แบบไหนถูกกว่าสำหรับโรงงานในไทย

ถ้าโรงงานรับความบริสุทธิ์ระดับประมาณ 80 ถึง 93 เปอร์เซ็นต์ได้ และใช้ก๊าซต่อเนื่องในปริมาณระดับกลางถึงใหญ่ วีพีเอสเอมักถูกกว่าในเชิงต้นทุนต่อหน่วย แต่ถ้าต้องการออกซิเจนความบริสุทธิ์สูงมากและมีโหลดคงที่สูง เอเอสยูมักเหมาะกว่า

ซื้อออกซิเจนเหลวคุ้มไหม

คุ้มในกรณีใช้ปริมาณไม่มาก ใช้ชั่วคราว ใช้เป็นสำรอง หรือยังไม่ต้องการลงทุนระบบหน้างาน แต่ถ้าใช้ต่อเนื่องมากในระยะยาว ต้นทุนรวมมักสูงกว่าระบบผลิตหน้างาน

ในประเทศไทย ควรดูราคาอะไรเป็นหลัก

ควรดูต้นทุนรวมต่อนอร์มัลลูกบาศก์เมตรหลังรวมค่าไฟ ค่าบำรุงรักษา ค่าอะไหล่ ค่าขนส่ง และผลกระทบจากการหยุดเครื่อง ไม่ควรดูเฉพาะราคาซื้อเครื่องหรือราคาก๊าซหน้าสัญญา

โรงงานใกล้แหลมฉบังหรือมาบตาพุดได้เปรียบกว่าหรือไม่

ได้เปรียบในเชิงโลจิสติกส์เมื่อซื้อออกซิเจนเหลว แต่ถ้าใช้ก๊าซต่อเนื่องสูงมาก ความได้เปรียบด้านขนส่งอาจยังไม่ชดเชยต้นทุนระยะยาวเมื่อเทียบกับระบบผลิตหน้างาน

ควรขอข้อมูลอะไรจากผู้ขายก่อนตัดสินใจ

ควรขอค่าพลังงานรับประกันต่อหน่วย ช่วงความบริสุทธิ์ที่รับรองได้ แผนบำรุงรักษา รายการอะไหล่สำคัญ เวลาตอบสนองบริการในไทย และผลการทำงานอ้างอิงจากอุตสาหกรรมใกล้เคียง

โมเดลที่เหมาะกับโรงงานไทยคืออะไร

หลายโรงงานไทยเหมาะกับโมเดลอีพีซีหรือเทิร์นคีย์ที่ลูกค้าเป็นเจ้าของโรงงาน เพราะคุมต้นทุนระยะยาวและวางแผนขยายในอนาคตได้ยืดหยุ่นกว่า โดยเฉพาะเมื่อความต้องการใช้ออกซิเจนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

สรุปสำหรับผู้ตัดสินใจ

หากต้องการคำตอบสั้นที่สุดสำหรับประเทศไทย วีพีเอสเอมักเป็นตัวเลือกที่ให้ต้นทุนออกซิเจนต่อนอร์มัลลูกบาศก์เมตรต่ำที่สุดในงานอุตสาหกรรมที่ไม่ต้องการความบริสุทธิ์สูงมากและมีการใช้ต่อเนื่อง เอเอสยูเหมาะกับโรงงานขนาดใหญ่ที่เน้นความบริสุทธิ์สูง ส่วนการซื้อออกซิเจนเหลวเหมาะกับความยืดหยุ่น การเริ่มใช้งานเร็ว และบทบาทเป็นแหล่งสำรอง การตัดสินใจที่ดีที่สุดจึงขึ้นกับสามคำถามหลัก คือ โรงงานต้องการความบริสุทธิ์เท่าไร ใช้จริงกี่ชั่วโมงต่อปี และต้องการถือครองสินทรัพย์การผลิตเองหรือไม่

สำหรับผู้ซื้อในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง อยุธยา สระบุรี และเขตอุตสาหกรรมหลักอื่น ๆ ควรขอเปรียบเทียบอย่างน้อยสามทางเลือกเสมอ ได้แก่ ซื้อออกซิเจนเหลว ระบบวีพีเอสเอ และระบบเอเอสยู เพื่อให้เห็นต้นทุนรวมระยะยาวอย่างแท้จริง แล้วค่อยเลือกโมเดลที่เหมาะกับกระบวนการผลิต สภาพไซต์งาน และแผนขยายกำลังผลิตของโรงงาน

เกี่ยวกับผู้เขียน

ก่อตั้งขึ้นในปี 2542 PKU Pioneer เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการแยกก๊าซ VPSA และ PSA ตัวดูดซับ ตัวเร่งปฏิกิริยา และโซลูชันทางวิศวกรรมแบบครบวงจร ด้วยความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่งและประสบการณ์โครงการอุตสาหกรรมที่กว้างขวาง บริษัทให้บริการลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมเหล็ก เคมี พลังงาน สิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง